<?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-1"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>ห้องปฏิบัติการ รพ.ร่มเกล้า</title>
<link>http://www.romklaolab.com</link>
<description>PHP-Nuke Powered Site</description>
<language>en-us</language>

<item>
<title>ตินเพร็พ (ThinPrep Pap Test)</title>
<link>http://www.romklaolab.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=5</link>
<description>&quot;ตินเพร็พ&quot; (ThinPrep Pap Test) <br /><br />เป็นการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยวิทยาการใหม่ล่าสุด <br /><br /><img src="http://charintr.files.wordpress.com/2009/06/9854.jpg?w=200&h=130" align="left" border="0" />มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย การตรวจภายในและตรวจหาเซลล์ผิดปกติจากปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เริ่มแรก สามารถทำการรักษาได้ง่าย และเป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งระยะลุกลาม&nbsp;<br /><br />การตรวจหาเซลล์มะเร็งแบบเก่าที่เรียกว่า &quot;แป๊ปเสมียร์&quot; (Pap Smear) นั้น ได้ถูกค้นพบมานานกว่า 50 ปีแล้ว การตรวจแป๊ปเสมียร์ แพทย์ผู้ตรวจจะใช้อุปกรณ์ทำจากแผ่นไม้บางๆ ที่ปราศจากเชื้อ ขูดเยื่อบุผิวบนปากมดลูกและเก็บสารน้ำในช่องคลอดแล้วป้ายลงบนแผ่นสไลด์แก้ว ส่งไปย้อมสีและส่องชันสูตรด้วยกล้องจุลทรรศน์ <br /><br /></description>
</item>

<item>
<title>มิติใหม่สกัดมะเร็งปากมดลูก วัคซีนเพื่อผู้หญิงทั่วโลก</title>
<link>http://www.romklaolab.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=4</link>
<description><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/variety/1_3.jpg" border="0" /><br />วันนี้ความสำเร็จดังกล่าวกำลังกระจายไปสู่สาวๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีการนำวัคซีนเข้ามาฉีดให้กับผู้สนใจแล้ว !<br /><br /><strong>ขอบคุณ &quot;หูด&quot;</strong><br />รู้หรือไม่ว่าวัคซีนมะเร็งปากมดลูกที่โด่งดังนี้ ถูกพัฒนามาจากการตั้งสมมติฐานว่าไวรัสหูดมีความสัมพันธ์ กับการเกิดมะเร็งปากมดลูกในสตรี นี่เป็นความคิดของ ศ.น.พ.ฮารัล ซัว เฮาเซน ศาสตราจารย์เกียรติคุณแห่งศูนย์วิจัยมะเร็ง เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และเป็นผู้ที่เคยได้รับรางวัลเจ้าฟ้ามหิดลในปี 2549 การวิจัยของ ศ.น.พ.เฮาเซน เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ.2513 โดยมุ่งไปที่เชื้อไวรัสเอชพีวี (human papilomavirus) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหูดที่ผิวหนังในช่วงต้นปี 2519 ด้วยการตั้งสมมติฐานว่า &quot;เชื้อไวรัสหูดอาจมีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก จนกระทั่งปี พ.ศ.2523 สมมติฐานได้รับการพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์ คณะวิจัยสามารถแยกไวรัสออกมาได้ 2 ชนิดคือ ชนิด 16 และ 18 โดยก่อนหน้าไวรัสทั้ง 2 ชนิดไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน&quot; สมมติฐานนี้ สร้างความน่าตื่นเต้นให้กับวงการแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง เพราะรู้กันอยู่ว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อไวรัสก็ คือ การมีคู่นอนหลายคน การมีเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์เมื่ออายุยังน้อย &quot;ผู้ชายจะเป็นคนแพร่เชื้อ หากสามารถตรวจวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในระยะก่อนการเป็นมะเร็ง จะช่วยชีวิตของผู้หญิงที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้อย่างรวดเร็ว&quot; ...ผู้หญิงส่วนหนึ่งติดเชื้อแล้วไม่มีอาการของโรค และเชื้อจะหายไปเองเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะสามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้ร้อยละ 80 แต่ผู้หญิงอีกร้อยละ 20 ยังไม่รู้ว่าจะแสดงอาการในช่วงไหน ส่วนใหญ่มีระยะเวลาฟักตัวมากกว่า 10 ปี หากตรวจพบเชื้อไวรัสได้ในช่วงอายุ 35-50 ปีก็จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ ! การค้นพบของ ศ.น.พ.เฮาเซน ทำให้นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ทั่วโลกมีความเข้าใจมากขึ้นทางด้านระบาดวิทยาของโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งนำไปสู่การพัฒนายาและวิธีการรักษาโรคใหม่ๆ ที่ช่วยรักษาชีวิตของผู้หญิงทั่วโลก รวมทั้งการพัฒนาวัคซีนสำหรับป้องกันการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ และวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกก็ถูกคิดค้นและใช้เวลาวิจัยมาเป็น 10 ปีจนสำเร็จ โดยบริษัทเมิร์คซึ่งได้รับการยอมรับแล้วในอเมริกา โดยมีการประกาศเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนปีที่แล้ว </description>
</item>

<item>
<title>แป๊บสเมียร์ คืออะไร ทำไมต้องทำ</title>
<link>http://www.romklaolab.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=3</link>
<description><img src="images/mypic/papsmear.jpg" align="left" border="0" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แป๊บสเมียร์ เป็นการตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก ซึ่งการตรวจครั้งนี้เป็นการค้นหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกได้ตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทำไมต้องทำแป๊บสเมียร์ การทำแป๊บสเมียร์ สามารถตรวจเซลล์ปากมดลูกที่เริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งถ้าได้ทำการรักษาและติดตามอย่างมีประสิทธิภาพ จะลดอัตราการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ <br /><br />เซลล์ปากมดลูกปกติ&nbsp;-----&gt; เซลล์ปากมดลูกเปลี่ยนแปลงก่อนระยะเป็นมะเร็ง----&gt;เซลล์ปากมดลูกเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็ง</description>
</item>

<item>
<title>มะเร็งปากมดลูก</title>
<link>http://www.romklaolab.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=2</link>
<description><img src="images/mypic/ovary01.jpg" align="left" border="0" /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปากมดลูกเป็นช่องทางเปิดเข้าสู่มดลูก ปากมดลูกอยู่ส่วนล่างสุดของมดลูก โดยมดลูกจะอยู่ในอุ้งเชิงกรานและส่วนที่เป็นปากมดลูก คือส่วนที่ยืนลงมาอยู่ในช่องคลอด<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มะเร็งปากมดลูก ในประเทศไทย พบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น ปีละประมาณ 6,000 ราย รายละเอียดเสียชีวิตประมาณ 3,000 รายส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 45 ปี โดยธรรมชาติของโรค จะเริ่มจากการมีเซลล์เปลี่ยนแปลง จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งปากมดลูก จะใช้เวลาเกือบ 10 ปี ซึ่งทำให้การคัดกรองหาความผิดปกติของปากมดลูก มีประโยชน์สามารถลดอัตราการเป็นมะเร็งปากมดลูกลงได้<br /></description>
</item>

<item>
<title>มะเร็งคืออะไร ?</title>
<link>http://www.romklaolab.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=1</link>
<description><img src="images/mypic/cancer1.jpg" align="left" border="0" /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มะเร็ง คือโรคของเซลล์ของร่างกาย ซึ่งปกติเซลล์ของร่างกายจะมีการเจริญเติบโตและแบ่งตัวภายใต้ การควบคุมของยีนส์ ทำให้เซลล์ของร่างกายเจิญเติบโตผิดปกติอย่างรวดเร็ว เป็นก้อนเนื้อเรียกว่าเนื้องอก ซึ่งแบ่งเป็นชนิดธรรมดา (Benign) และชนิดร้ายแรง(Malignant)</description>
</item>

</channel>
</rss>